ดูดไขมัน (Liposuction) พัทยา
คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกเทคนิคที่ใช่ ปรับรูปร่างให้มั่นใจอย่างปลอดภัย
 
การดูดไขมัน (Liposuction) หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Lipoplasty คือหัตถการทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อขจัดสะสมของเนื้อเยื่อไขมันส่วนเกิน (Adipose Tissue) ที่อยู่ระหว่างชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อ โดยใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กที่เรียกว่า แคนนูลา (Cannula) ร่วมกับระบบสูญญากาศแรงดันสูงเพื่อดึงเซลล์ไขมันออกจากร่างกายอย่างถาวร

หัวใจสำคัญของการดูดไขมัน: "ไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่คือการปรับสัดส่วน"
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการมองว่าการดูดไขมันเป็นวิธีลัดในการลดน้ำหนักสำหรับคนอ้วน แต่ในความเป็นจริง ศัลยแพทย์ทั่วโลกให้คำนิยามการดูดไขมันว่าเป็น "การปรับแต่งรูปร่าง" (Body Contouring & Sculpting) เนื่องจาก:
 
  • เป้าหมายหลัก: คือการกำจัด "ไขมันดื้อ" (Stubborn Fat) ซึ่งเป็นไขมันเฉพาะจุดที่ไม่ตอบสนองต่อการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เช่น ไขมันใต้คาง, ไขมันส่วนเกินบริเวณขอบบรา หรือไขมันสะสมที่สะโพก
  • กลไกการทำงาน: ร่างกายมนุษย์จะมีจำนวนเซลล์ไขมันคงที่หลังจากผ่านช่วงวัยรุ่น การดูดไขมันคือการ "นำจำนวนเซลล์ไขมันออกไปเลย" ไม่ใช่แค่การทำให้เซลล์เล็กลงเหมือนการคุมอาหาร ดังนั้นสัดส่วนในบริเวณที่ทำจึงดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดและคงทน
 
ทำไมการดูดไขมันถึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน?
ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาไปอย่างมาก ทำให้การดูดไขมันในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต:
  1. ความละเอียดแม่นยำ (Precision): แพทย์สามารถเลือกสลายเฉพาะเซลล์ไขมัน โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง เส้นเลือด หรือเส้นประสา
  2. แผลขนาดเล็ก (Minimal Invasive): แผลจากการดูดไขมันมักมีขนาดเพียง 0.3 - 0.5 เซนติเมตร ซึ่งจะจางลงจนแทบมองไม่เห็นเมื่อเวลาผ่านไป
  3. ความปลอดภัยสูง (Safety Standards): มีการใช้น้ำยา Tumescent (สารละลายที่ประกอบด้วยยาชาและตัวช่วยหดเส้นเลือด) ฉีดเข้าไปในชั้นไขมันก่อนเริ่มดูด เพื่อลดการสูญเสียเลือด ลดความเจ็บปวด และลดอาการบวมหลังทำ

ประเภทของไขมันในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการดูดไขมัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราต้องแยกประเภทไขมันออกเป็น 2 ชนิด:
  • Subcutaneous Fat (ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง): คือไขมันที่เราสามารถ "หยิบ" หรือ "จับ" ขึ้นมาได้ นี่คือเป้าหมายหลักของการดูดไขมัน
  • Visceral Fat (ไขมันพอกตับ/ช่องท้อง): คือไขมันที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นกล้ามเนื้อและห่อหุ้มอวัยวะภายใน การดูดไขมันไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนนี้ได้ การลดไขมันส่วนนี้ต้องอาศัยการคุมอาหารและออกกำลังกายเท่านั้น

ข้อมูลเชิงลึก: การดูดไขมันที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในมาตรฐานสากล แพทย์มักจะไม่ดูดไขมันออกมาเกิน 5,000 มิลลิลิตร (5 ลิตร) ต่อการผ่าตัดหนึ่งครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการและป้องกันภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย
 
หน้าท้องและเอว
ต้นขาและสะโพก
ต้นแขน
เหนียงและกรอบหน้า

 ใครเหมาะกับการดูดไขมันหน้าท้อง
เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและปลอดภัยที่สุด ผู้ที่เหมาะสมควรมีคุณสมบัติดังนี้:

  • ผู้ที่มีค่า BMI อยู่ในเกณฑ์ปกติ (18.5 – 25.0): มีน้ำหนักตัวคงที่ แต่ประสบปัญหา "ไขมันดื้อ" (Stubborn Fat) บริเวณพุงหมาน้อย หรือเอวหนาที่ลดเท่าไหร่ก็ไม่หาย
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าท้องหลังคลอด (Post-Pregnancy): โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมกับไขมันสะสม ซึ่งการใช้เทคโนโลยี BodyTite จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ได้ดีกว่าการดูดไขมันทั่วไป เพราะช่วยยกกระชับผิวที่ย้วยให้กลับมาตึงเรียบ
  • สายออกกำลังกายที่ต้องการความชัด (Sculpting): ผู้ที่เล่นฟิตเนสเป็นประจำแต่ยังมีชั้นไขมันบดบังกล้ามเนื้อหน้าท้อง การดูดไขมันเทคนิค Sexy Line หรือการสร้างร่อง 11 จะช่วยเน้นทรวดทรงให้ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีวินัยในการดูแลตัวเอง: เนื่องจากผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้นอยู่กับการรักษาพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายหลังทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ขยายขนาดขึ้นอีก
  • ผู้ที่มีความยืดหยุ่นของผิวดี: สำหรับเคสที่ดูดไขมันปริมาณมาก ผิวหนังต้องมีความสามารถในการหดตัวกลับ (Skin Elasticity) ซึ่งแพทย์จะประเมินการใช้เครื่อง BodyTite ร่วมด้วยเพื่อป้องกันปัญหาผิวเป็นคลื่นหรือยับย่น
เจาะลึกเทคโนโลยีการดูดไขมันในปี 2026 เลือกนวัตกรรมที่ใช่เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ
ในปัจจุบัน การดูดไขมัน (Liposuction) พัฒนาไปไกลกว่าการใช้แรงมือแบบสมัยก่อน นวัตกรรมในปี 2026 มุ่งเน้นไปที่การลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และการฟื้นฟูผิวหลังทำ ที่ [ชื่อคลินิกของคุณ] เราคัดสรร 3 เทคโนโลยีชั้นนำมาเพื่อตอบโจทย์สรีระที่แตกต่างกัน ดังนี้:
Vaser Lipo (Ultrasound Assisted)
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์สลายไขมันให้กลายเป็นของเหลว เหมาะกับเคสที่มีไขมันปริมาณมาก
J Plasma
ปล่อยพลังงานพลาสมาเย็นร่วมกับคลื่น RF ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหดตัวและกระชับขึ้นทันทีหลังดูดไขมัน
BodyTite (Radiofrequency)
ใช้คลื่นวิทยุช่วยสลายไขมันพร้อมกับ "ยกกระชับผิว" ไปในตัว เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย"นิยามใหม่ของการดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวในคราวเดียว"


โปรแกรม BodyTite ที่เมดิควีนส์คลินิก: นวัตกรรมปรับรูปร่าง พร้อมการดูแลผิวให้เรียบกระชับ
ที่ เมดิควีนส์คลินิก (Mediqueen Clinic) พัทยา เราให้ความสำคัญกับการ "ออกแบบสัดส่วน" ที่ดูเป็นธรรมชาติควบคู่ไปกับความปลอดภัย เราจึงเลือกใช้เทคโนโลยี BodyTite (RFAL) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินพร้อมกับการดูแลผิวพรรณในคราวเดียว

จุดเด่นของเทคโนโลยี BodyTite ที่คุณควรทราบ
การทำงานของเครื่อง BodyTite มีกลไกที่น่าสนใจซึ่งช่วยยกระดับการดูดไขมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้:

  • ดูแลผิวและขจัดไขมันในขั้นตอนเดียว: พลังงาน RF (Radiofrequency) จะถูกส่งผ่านหัวดูดขนาดเล็กเข้าไปสลายไขมันให้กลายเป็นของเหลว ทำให้การดูดออกทำได้นุ่มนวล ขณะเดียวกันความร้อนที่สม่ำเสมอจะช่วยให้เส้นใยพังผืดใต้ผิวเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นหลังทำ
  • การเข้าถึงชั้นไขมันอย่างแม่นยำ: เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับไขมันในชั้นลึก (Deep Fat) ที่ลดยาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หรือแผ่นหลัง ช่วยให้แพทย์สามารถปรับแต่งสัดส่วนได้อย่างละเอียด
  • ทางเลือกสำหรับการดูแลผิวหย่อนคล้อย: สำหรับผู้ที่มีกังวลเรื่องผิวไม่กระชับบริเวณต้นแขนหรือหน้าท้อง โปรแกรม BodyTite เป็นทางเลือกที่ช่วยดูแลปัญหาผิวเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดยกกระชับขนาดใหญ่ แผลมีขนาดเล็กจิ๋วและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
  • การฟื้นฟูคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง: พลังงานความร้อนที่พอเหมาะจะกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายในช่วง 3-6 เดือนหลังรับบริการ ทำให้ผิวบริเวณที่ทำค่อยๆ แข็งแรงและยืดหยุ่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
 
ทำไมต้องเลือกดูดไขมันที่ เมดิควีนส์คลินิก (Mediqueen Clinic) พัทยา?
เมดิควีนส์คลินิก พัทยา มุ่งเน้นการปรับรูปร่างภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคลและเทคนิคสร้าง Sexy Line ให้ดูเป็นธรรมชาติ เราเลือกใช้เทคโนโลยี BodyTite ลิขสิทธิ์แท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย และ US-FDA เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดไขมันพร้อมยกกระชับผิวในคราวเดียว พร้อมการดูแลหลังรับบริการ (After-Care) อย่างใกล้ชิดด้วยโปรแกรมลดบวมและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและฟื้นตัวได้ไวภายใต้การดูแลที่ได้มาตรฐานสูงสุด
 

เหตุผลที่ควรศึกษาข้อมูลการดูดไขมันที่ เมดิควีนส์คลินิก พัทยา (Mediqueen Clinic)
การเลือกสถานพยาบาลเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการปรับเปลี่ยนรูปร่าง ที่ เมดิควีนส์คลินิก พัทยา เราเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและดูแลภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์

  • มาตรฐานสถานพยาบาลและการดูแลความปลอดภัย
    เราดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เน้นความสะอาด ปลอดเชื้อตามมาตรฐานสากล พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้รับบริการมีความมั่นใจในมาตรฐานการดูแลทุกขั้นตอน
  • ประสบการณ์ของทีมแพทย์ในการออกแบบสรีระ
    ทีมแพทย์ของเมดิควีนส์คลินิกให้ความสำคัญกับการประเมินสัดส่วนเฉพาะบุคคล (Bespoke Design) เพื่อวางแผนการปรับรูปร่างให้มีความสมดุลและดูเป็นธรรมชาติ เน้นการเก็บรายละเอียดสัดส่วนตามความต้องการและพื้นฐานสรีระที่แตกต่างกันของแต่ละเคส
  • เทคโนโลยี BodyTite นวัตกรรมสลายไขมันและดูแลชั้นผิว
    เราเลือกใช้เทคโนโลยี BodyTite (RFAL) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ส่งพลังงาน RF เพื่อสลายไขมัน และช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่ทำมีการหดตัวอย่างเหมาะสม ตัวเครื่องได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย. ไทย และ US-FDA มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องแท้
  • การดูแลต่อเนื่องหลังรับบริการ (Comprehensive After-Care)
    เรามีระบบการติดตามผลหลังรับบริการอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ทั้งการดูแลแผล การสวมชุดกระชับอย่างถูกวิธี และโปรแกรมดูแลความเรียบเนียนของผิว เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    ปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการปรับรูปร่างที่ เมดิควีนส์คลินิก พัทยา วิเคราะห์และวางแผนการรักษาโดยละเอียดเพื่อความพึงพอใจและความปลอดภัยของคุณ

    เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหัตถการทางการแพทย์เท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและประวัติสุขภาพ ควรเข้ารับการปรึกษาและตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรับบริการ (ใบอนุญาตสถานพยาบาลเลขที่: [20101003361])
ขั้นตอนดูดไขมัน BodyTite มีอะไรบ้าง? 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูดไขมัน (Liposuction FAQ)

1. ดูดไขมันที่พัทยา ราคาเท่าไหร่?
คำตอบ: อัตราค่าบริการดูดไขมันที่ เมดิควีนส์คลินิก พัทยา จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่รับบริการ  และเทคโนโลยีที่แพทย์พิจารณาเลือกใช้ (เช่น BodyTite) ทั้งนี้เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามความคาดหวังและเหมาะสมกับสรีระของแต่ละบุคคล แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสรีระและวิเคราะห์แผนการรักษาเบื้องต้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

2. หลังดูดไขมันต้องพักฟื้นกี่วัน?
คำตอบ: ระยะเวลาการพักฟื้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ภายใน 2-3 วัน ทั้งนี้ เทคโนโลยี BodyTite มีส่วนช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ทำให้รอยบวมช้ำลดลงและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ตามขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ดูดไขมันแล้วไขมันจะกลับมาอีกไหม?
คำตอบ: การดูดไขมันคือการนำเซลล์ไขมันออกจากร่างกายในจุดที่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ยังสามารถขยายตัวได้หากมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน แพทย์แนะนำให้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยครับ

4. ดูดไขมันเจ็บไหม?
คำตอบ: ในระหว่างขั้นตอนการรักษา แพทย์จะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดหรือการระงับความรู้สึกตามความเหมาะสมของแต่ละเคส เพื่อให้คนไข้ผ่อนคลายและลดความกังวล หลังทำอาจมีความรู้สึกระบมหรือตึงผิวคล้ายการออกกำลังกายหนัก ซึ่งอาการดังกล่าวจะค่อยๆ บรรเทาลงภายใน 1 สัปดาห์

5. ดูดไขมันที่เมดิควีนส์คลินิก ปลอดภัยและเชื่อถือได้แค่ไหน? 
คำตอบ: เมดิควีนส์คลินิกให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงมีการติดตามผล (Follow-up) อย่างใกล้ชิดหลังรับบริการ เพื่อดูแลความเรียบร้อยและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องในทุกขั้นตอน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้