HIFU Ultra V นวัตกรรมยกกระชับผิวระดับลึก เปลี่ยนหน้าหย่อนคล้อยให้ดูเรียววีเชฟ โดยไม่ต้องผ่าตัด | เมดิควีนส์ คลินิก พัทยา

บอกลาปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัดเจนด้วย HIFU Ultra V เทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Ultrasound) ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับ ผิวเฟิร์มแน่น และกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ โดยไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น

HIFU Ultra V คืออะไร? ทำไมถึงแตกต่างและเหนือกว่า?
HIFU Ultra V คือการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงและมีความแม่นยำสูง ส่งพลังงานลงไปใต้ผิวหนังเพื่อสร้างความร้อนจุดเล็กๆ ในระดับ 45-65 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและเกิดการยกกระชับจากภายใน

  • เทคโนโลยี Ultra V: โดดเด่นด้วยการปล่อยพลังงานที่เสถียรและสม่ำเสมอ ลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำได้มากกว่าเครื่องทั่วไป แต่ยังคงให้พลังงานที่เข้มข้นเพียงพอต่อการยกกระชับผิว
  • เจาะลึกพลังงานถึงชั้น SMAS: พลังงานสามารถลงลึกได้ถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) หรือชั้นพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นสำคัญที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า การทำ HIFU จึงเปรียบเสมือนการดึงหน้าจากโครงสร้างภายในจริงๆ
  • Customized Lifting: ที่เมดิควีนส์ เราใช้หัวยิงที่มีความลึกหลายระดับ (เช่น 1.5mm / 3.0mm / 4.5mm) เพื่อประเมินและยกกระชับให้เหมาะสมกับความหนาของผิวในแต่ละจุดอย่างแม่นยำ
HIFU Ultra V ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
ยกกระชับกรอบหน้า
ปรับรูปหน้าให้ดูแนวกรามชัดเจนและดูเรียวสวย 
ลดปัญหาแก้มห้อย
ช่วยยกเนื้อแก้มที่หย่อยคล้อยให้ตึงกระชับขึ้น
หน้าเรียว
สลายเหนียงและคางสองชั้น
กำจัดไขมันส่วนเกินพร้อมกระชับผิวใต้คางให้เรียบเนียน
ยกคิ้วและหางตา
แก้ปัญหาหนังตาตก ช่วยให้ดวงตาดูโตสดใสและลดริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา

ใครที่เหมาะกับโปรแกรม HIFU Ultra V? (Who is it for?)
การทำ HIFU Ultra V ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงวัยใดวัยหนึ่ง แต่เป็นการตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลเรื่องโครงสร้างผิวและรูปหน้าที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย (Early Signs of Aging): เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มสังเกตเห็นว่าผิวหน้าไม่เต่งตึงเหมือนเดิม แก้มเริ่มมีความห้อยย้อยเล็กน้อย หรือต้องการคงความอ่อนเยาว์ของผิว (Skin Maintenance) เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยรุนแรงในอนาคต
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยแบบ V-Shape โดยไม่พึ่งเข็ม: ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ "กลัวเข็ม" หรือกังวลเรื่องการฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย HIFU Ultra V ใช้เพียงคลื่นเสียงในการยกกระชับ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์การปรับรูปหน้าที่ดูเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีปัญหาเหนียงใต้คางและกรอบหน้าไม่ชัดเจน: หากคุณประสบปัญหาหน้าดูมี "คางสองชั้น" (Double Chin) หรือแนวขากรรไกรดูเบลอไปกับลำคอ พลังงานจาก Ultra V จะช่วยสลายไขมันส่วนเกินพร้อมกระชับผิวใต้คาง ทำให้กรอบหน้าดูชัดเจน (Jawline Definition) และดูมีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาหางตาตกและคิ้วตก: สำหรับผู้ที่มีดวงตาดูเศร้าหรือดูเหนื่อยล้าจากปัญหาหนังตาเริ่มตกลงมา การทำ HIFU บริเวณรอบดวงตาและหน้าผากจะช่วยยกคิ้วและหางตาให้ดูเปิดกว้างขึ้น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสและดูตื่นตัว (Eye-Lifting Effect)
  • ผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ (Natural Look): เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กังวลว่าทำหัตถการแล้วหน้าจะดู "แข็ง" หรือเปลี่ยนไปจนดูผิดตา เนื่องจาก HIFU ทำงานโดยการกระตุ้นคอลลาเจนตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความนุ่มนวลและกลมกลืนกับโครงหน้าเดิม
  • ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งด่วนและไม่ต้องการพักฟื้น: หากคุณต้องออกงานสำคัญ พบปะผู้คน หรือไม่สามารถลางานเพื่อพักฟื้นได้ HIFU Ultra V คือคำตอบที่ใช่ที่สุด เพราะหลังทำเสร็จจะไม่มีแผล ไม่มีการบวมช้ำที่เห็นชัด สามารถแต่งหน้าและกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ทันที (Zero Downtime)
4 ขั้นตอนการรับบริการที่ เมดิควีนส์ คลินิก
1.Professional Facial Design: แพทย์ประเมินโครงหน้าและปัญหาผิวอย่างละเอียด เพื่อกำหนดจำนวน Shot และความลึกของหัวยิงให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
2.Skin Preparation: ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน พร้อมเตรียมผิวให้พร้อมรับพลังงานอย่างเต็มที่
 
3.HIFU Treatment: แพทย์ค่อยๆ ส่งพลังงานยกกระชับอย่างละเอียดทีละจุดทั่วใบหน้าตามแผนที่วางไว้
4.Instant Result Assessment: หลังทำเสร็จทันที คุณจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 20-30% และผิวจะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง
คู่มือการดูแลตัวเองฉบับมืออาชีพ เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับที่สมบูรณ์แบบ (Pre & Post Care)
การทำ HIFU Ultra V เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและไม่สร้างบาดแผลภายนอก แต่การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้พลังงานคลื่นเสียงทำงานในชั้นผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างมีคุณภาพสูงสุด

1. การเตรียมความพร้อมก่อนรับบริการ (Pre-Care Instructions)
เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาวะที่พร้อมรับพลังงานอัลตราซาวด์ และลดอาการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้น:
  • พักผ่อนและดูแลร่างกาย: ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตอยู่ในภาวะปกติและลดอาการบวมน้ำ
  • เว้นระยะห่างจากหัตถการอื่น: หากคุณเพิ่งรับบริการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือโบท็อกซ์ (Botox) มา ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ก่อนทำ HIFU เพื่อป้องกันความร้อนจากพลังงานคลื่นเสียงไปส่งผลต่อตัวยาหรือสารเติมเต็มที่เพิ่งฉีดไป
  • งดการระคายเคืองผิว: งดการใช้สครับขัดหน้า หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มกรดผลไม้ (AHA/BHA) ที่มีความเข้มข้นสูงอย่างน้อย 3 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันผิวบอบบางเกินไป
  • แจ้งประวัติการรักษา: หากมีการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะในบริเวณใบหน้า (ยกเว้นรากเทียมฟัน) กรุณาแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า

2. การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังรับบริการ (Post-Care Instructions)
หลังจากทำ HIFU Ultra V ผิวจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ "หน้าเรียววีเชฟ" ได้ชัดเจนขึ้น:
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูงสะสม: ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรงด การเข้าซาวน่า (Sauna) การทำสตรีม (Steam) หรือการล้างหน้าด้วยน้ำที่ร้อนจัด เนื่องจากความร้อนภายนอกอาจไปกระตุ้นการอักเสบของผิวชั้นบนที่เพิ่งได้รับพลังงานมา
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด: ผิวหลังทำจะมีความไวต่อแสงแดดชั่วคราว ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ PA++++ ทุกวัน และหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัดโดยตรงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเกิดเม็ดสีหมองคล้ำ
  • เน้นการบำรุงด้วยความชุ่มชื้น: พลังงานความร้อนใต้ผิวอาจทำให้ผิวรู้สึกแห้งกว่าปกติ แนะนำให้ทา Moisturizer ที่เน้นความชุ่มชื้นหรือกลุ่มปลอบประโลมผิว (Soothing) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนเป็นไปอย่างสมบูรณ์
  • ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมาก: (หัวใจสำคัญ) การดื่มน้ำวันละ 2-2.5 ลิตร จะช่วยให้ร่างกายนำน้ำไปใช้ในกระบวนการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ผิวดูฟู อิ่มน้ำ และดูยกกระชับได้ดียิ่งขึ้น
  • งดการสัมผัสรุนแรง: งดการนวดหน้า ขัดหน้า หรือการกดสิวแรงๆ ในบริเวณที่ทำหัตถการอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อชั้น SMAS ที่ได้รับการกระตุ้นได้พักตัวอย่างเต็มที่
  • พฤติกรรมการทานอาหาร: หากทำในบริเวณกรอบหน้าหรือลดเหนียง แนะนำให้ลดอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือโซเดียมสูงในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อป้องกันอาการบวมน้ำ (Water Retention)


เกร็ดความรู้จากเมดิควีนส์:หลังทำ HIFU Ultra V บางเคสอาจมีความรู้สึก "ระบมใต้ผิว" คล้ายการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้า หรือรู้สึกจี๊ดๆ เวลาล้างหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาการเหล่านี้ถือเป็น อาการปกติ ที่แสดงว่าชั้นพังผืด SMAS กำลังหดตัวและเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ ไม่ต้องกังวลใจไปครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU Ultra V (Deep Insight FAQ)
เราเข้าใจดีว่าก่อนทำหัตถการ ทุกท่านย่อมมีความกังวลใจ เมดิควีนส์ คลินิก จึงรวบรวมคำถามเจาะลึกที่ลูกค้ามักสงสัยมาตอบให้ชัดเจนที่สุดครับ:

ถาม: ทำ HIFU Ultra V แล้วหน้าจะบวมไหม? ต้องพักฟื้นกี่วัน?
ตอบ: นี่คือจุดเด่นของเทคโนโลยี Ultra V เลยครับ หลังทำเสร็จทันที ผิวอาจมีรอยชมพูระเรื่อเล็กน้อย (Pinkish Glow) คล้ายผิวเพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ ซึ่งรอยนี้จะจางหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมงครับ ไม่มีอาการบวมฉุ ไม่มีรอยช้ำ และไม่มีแผลตกสะเก็ด คุณสามารถแต่งหน้าทับและกลับไปทำงาน เข้าร่วมประชุม หรือไปงานสังคมต่อได้ทันที โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นร่องรอยการทำหัตถการ แต่จะเห็นเพียงใบหน้าที่ดูยกกระชับและสดใสขึ้นครับ

ถาม: ระหว่าง "HIFU" กับ "ร้อยไหม" เลือกทำแบบไหนดีกว่ากัน?
ตอบ: ทั้งสองหัตถการช่วยเรื่องยกกระชับเหมือนกัน แต่มีกลไกและจุดเด่นที่ต่างกันครับ:

  • HIFU Ultra V: เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง และที่สำคัญคือ "กลัวเข็ม" หรือไม่ต้องการให้มีสิ่งแปลกปลอมใต้ผิว HIFU จะเน้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากข้างใน ทำให้ผิวแน่นขึ้นเรื่อยๆ
  • ร้อยไหม: เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจน (เช่น แก้มห้อยมาก) และต้องการเห็นการ "ดึง" ที่เปลี่ยนทิศทางผิวอย่างชัดเจนทันที
  • คำแนะนำจากแพทย์: ในหลายเคสเรามักใช้เทคนิค Combination Therapy หรือการทำควบคู่กันครับ โดยการร้อยไหมเพื่อดึงโครงสร้างหลัก และใช้ HIFU เก็บรายละเอียดผิวและกรอบหน้าในส่วนที่ไหมเข้าไม่ถึง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยสมบูรณ์แบบที่สุดครับ

ถาม: ทำ HIFU Ultra V แล้วจะเห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
ตอบ: ผลลัพธ์จะแบ่งเป็น 2 ระยะครับ ระยะแรกคือ เห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 20-30% จากการที่ชั้นพังผืด SMAS หดตัวด้วยความร้อน ส่วนระยะที่สองคือ เห็นผลชัดเจนที่สุดใน 1-2 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนสมบูรณ์แล้ว ซึ่งผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลครับ

ถาม: ความรู้สึกระหว่างทำเป็นอย่างไร? เจ็บมากไหม?
ตอบ: เทคโนโลยี Ultra V ถูกพัฒนามาเพื่อลดความเจ็บปวดโดยเฉพาะครับ ระหว่างทำคุณจะรู้สึกอุ่นๆ ใต้ชั้นผิว และอาจมีความรู้สึก "จี๊ดๆ" หรือ "หน่วงๆ" บริเวณกรามและโหนกแก้ม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าพลังงานลงลึกไปถึงชั้น SMAS อย่างแม่นยำครับ หากท่านกังวลใจ เรามีการเตรียมยาชาคุณภาพสูงไว้คอยบริการเพื่อให้ท่านรู้สึกสบายที่สุดตลอดเวลาที่รับบริการครับ

ถาม: ถ้าเคยทำ Botox หรือ Filler มาก่อน สามารถทำ HIFU ได้ไหม?
ตอบ: สามารถทำได้ครับ แต่แพทย์แนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังจากฉีด Botox หรือ Filler เพื่อให้ตัวยาและสารเติมเต็มเซ็ตตัวเข้าที่ก่อน เนื่องจากพลังงานความร้อนจาก HIFU อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวยาเหล่านั้นหากทำเร็วเกินไปครับ

เมดิควีนส์ คลินิก พัทยา: เราให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่จริงใจ เพื่อให้คุณมั่นใจและได้รับความงามที่เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้